ค้นหาบล็อกนี้

Translate

วันจันทร์ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2553

ท่องเที่ยว เดือน ตุลาคม 2553(2)

อุบลราชธานี
มาทองเที่ยวทางภาคอีสานกันบ้าง กับ จังหวัดที่อยู่ ตะวันออกสุดของสยาม นั่นคือจังหวัดอุบลราชธานี สำหรับนัท่องเที่ยวที่สนใจการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ ขอแนะนำอุทยานแห่งชาติผาแต้มกับการชมดอกไม้ที่ลานหินใน อุทยานแห่งชาติผาแต้ม กับบรรยากาศที่ก้าวย่างเข้าสู่หน้าหนาว สำหรับนักท่องเที่ยวที่อยากซึมซับกับธรรมชาติ ท่านจะได้พบกับดอกไม้ป่านานาชนิด ที่สามารถแทรกตัวขึ้นมาได้จากลานหิน ทำให้ท่านได้พบกับบรรยากาศใหม่ๆได้จากที่นี่ รวมถึงนักท่องเที่ยวที่อยากถือโอกาสชมภาพเขียนก่อนประวัติศาสตร์ สามารถไปชมได้ที่ผาแต้มซึ่งเป็นที่มา ของชื่ออุทยานแห่งชาติแงนี้ ขอแนะนำสำหรับนักท่องเที่ยวที่จะไปเดินชมภาพเขียนก่อนประวัติศาสตร์ พกความอึดไปนิดนึงละกันครับสัมผัสมาแล้ว เหนื่อยเอาเรื่องเหมือนกันการเดินทาง อยู่ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 80 กิโลเมตร ออกจากจังหวัดอุบลราชธานี ผ่านไปทาง อำเภอวารินชำราบ อำเภอพิบูลมังสาหาร มุ่งหน้าไปสู่อำเภอ โขงเจียม ครับ
ลืมไปอีกนิดครับสำหรับท่านนักท่องเที่ยวที่ได้เดินทางมาถึงแล้วอย่าลืมไปชมแม่น้ำสองสี ซึ่งเกิดจากการไหลมาบรรจบกัน ระหว่างแม่น้ำมูลกับแม่น้ำโขง ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถมองเห็นแม่น้ำนี้เป็นสองสีนั่นอง นอกจากนั้นบริเวณใกล้เคียงยังมี สถานที่ท่องเที่ยวอีกหลายแห่งเช่น น้ำตกสร้อยสวรรค์ แก่งตะนะ น้ำตกตาดโตน ผาหมอน และอื่นๆที่ผมคิดไม่ออกอีกมากมาย

วันอาทิตย์ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2553

ปฎิทินท่องเที่ยว เดือนตุลาคม

สำหรับปฎิทินท่องเที่ยวเดือนตุลาคม 
ขอเริ่มต้นที่จังหวัดน่าน
22-29  ตุลาคม 2553 นี้ นักท่องเที่ยวที่อยากมีส่วนร่วมกับประเพณีการแข่งขันกีฬาแบบไทยๆ พลาดไม่ได้กับ โอกาสที่นักท่องเที่ยวทั้งหลายจะได้ชมการแข่งขันเรือยาว ซึ่ง มีทั้งระดับประชาชน และ เยาวชน ซึ่งถือเป็นการสืบสานประเพณีไทย ซึ่งในแต่ละปีจะมีเรือเข้าร่วมทำการแข่งขัน ไม่น้อยกว่า 100 ลำ
(22-23 ต.ค.)  ประเพณีแข่งเรือวันออกพรรษา ต.กลางเวียง อ.เวียงสา
(24 ต.ค.)  งานแข่งเรือตักบาตรเทโวโรหณะ ณ วัดศิลามงคล อ.ท่าวังผา 
(เดือน ต.ค.)  ประเพณีแข่งเรือเยาวชน ต.ฝายแก้ว ณ ลำน้ำน่าน ต.ในเวียง อ.เมือง 
(29-31 ต.ค.)  ประเพณี แข่งเรือชิงถ้วยพระราชทาน (นัดปิดสนาม) ณ ลำน้ำน่าน (เชิงสะพานพัฒนาภาคเหนือ) ต.ในเวียง อ.เมือง

ผ่านมาที่จังหวัดชลบุรีกันบ้าง
16-22 ตุลาคมที่จะถึงนี้ กับอีกประเพณีที่หาชมไม่ได้ง่ายๆสำหรับนักท่องเที่ยว นั่นคือ ประเพณีวิ่งควาย จ.ชลบุรี โดยในงานจะมีทั้งประกวดแต่งควายสวยงาม ประกวดสาวเหลือน้อย และชายเหลือน้อย (ผู้สูงอายุ) การวิ่งเปรี้ยว แข่งปีนเสาน้ำมัน มวยไทย และประกวดวงดนตรีลูกทุ่ง ให้นักท่องเที่ยวได้ร่วมงานกัน สำหรับงานจะมีการจัดบริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดชลบุรี
สำหรับกิจกรรมในการแข่งขันวิ่ง ควาย ซึ่งตรงกับวันที่ 22 ตุลาคม 2552 นั้น ได้แบ่งเป็น 4 รุ่น ได้แก่ รุ่นซุปเปอร์จิ๋ว รุ่นจิ๋ว รุ่นเล็ก และรุ่นใหญ่ เริ่มแข่งขันรองคัดเลือก ตั้งแต่เวลา 10.00 น เป็นต้นไป ณ สนามหน้าที่ว่าการอำเภอเมืองชลบุรี การประกวดควายงาม ความพ่อพันธุ์ – แม่พันธุ์ ในเขตจังหวัดชลบุรี และทั่วประเทศ การประกวดตกแต่งควายประเภทสวยงามและตลกขบขัน

 

วันพฤหัสบดีที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2553

เกาะพงัน จังหวัด สุราษฎร์ธานี

                
 
หลังจากที่ได้แนะนำเกาะพงันฟูลมูนมาราธอน ไปแล้วขอถือโอกาสแนะนำเกาะพงันให้เป็นที่รู้จักกับ ผู้ที่มีจิตใจรักการท่องเที่ยวเลยแล้วกัน เกาะพงันเป็นเกาะที่อยู่ห่างจากเกาะสมุย ไปทางด้านทิศเหนือ เพียง 20 กิโลเมตร และห่างจากตัวจังหวัดสุราษฎร์ธานีที่ประมาณ 100 กิโลเมตร ลักษณะของเกาะพงันเป็นเกาะที่มีภูเขาอยู่กลางเกาะและทอดตัวออกไป มีเนื้อที่ประมาณ 170 ตารางกิโลเมตร
                 ส่วนช่วงหน้าของมรสุมจะอยู่ระหว่างเดือนตุลาคม ไปจนถึงเดือนมกราคม ให้เป็นข้อมูลไว้ในส่วนที่จะใช้ในการตัดสินใจสำหรับนักท่องเที่ยวเพื่อประกอบแผนการเดินทาง
ส่วนการเดินทางนั้น สำหรับนักท่องเที่ยวสามารถเดินทางโดยส่วนการบริการขนส่งทั้งหมดสามช่องทางด้วยกัน เริ่มต้นด้วย รถประจำทาง มีทั้งกรุงเทพ-สุราษฎร์ธานี และกรุงเทพ-สมุย เริ่มบริการที่ 11โมงเป็นต้นไป ต่อมาทางรถไฟ สามารถเดินทางได้จากสถานีรถไฟหัวลำโพง ไปลงที่สถานีพุนพิน และต่อรถโดยสารเข้าสุราษฎร์อีกประมาณ 13 กิโลเมตร สุดท้าย ทางอากาศ ส่วนนี้จมีทัง มีทั้งกรุงเทพ-สุราษฎร์ธานี และกรุงเทพ-สมุย เช่นกันส่วนรายละเอียดติดต่อที่การบินไทย และ บางกอกแอร์เวย์
                  ส่วนต่อไปจะขอแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวของเกาะพงันซึ่ง จะขอกล่าวถึงคร่าวแล้วกันครับ
 
ท้องศาลา เป็นชุมชนที่นับได้ว่าเป็นชุมชนที่ใหญ่ที่สุดบนเกาะพงัน ถือว่าเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของเกาะพงันเลยก็ว่าได้ สำหรับสิ่งอำนวยความสะดวก ก็จะเป็นศูนย์รวมสถานที่ราชการ และมีตลาด ซึ่งในส่วนพื้นที่ของตลาด ก็จะมีโรงแรมที่พัก ธนาคาร บริษัทนำเที่ยว ร้านอาหาร และสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆที่นักท่องเที่ยวต้องการ
 
พระพุทธบาทจำลอง พระพุทธบาทจำลองตั้งอยู่บนภูเขาถ้ำ หรือที่ชาวบ้านแถวนั้นเรียกกันว่าวัดเขาถ้ำ ซึ่งเป็นสำนักสงฆ์ ที่มีชื่อที่ใช้เรียกอย่างเป็นทางการว่า สวนสุวรรณโชติการาม นับเป็นสถานที่ที่มีความสวยงามร่มรื่น บรรยากาศสบาย และเมื่อนักท่องเที่ยวขึ้นไปบนสำนักสงฆ์ แห่งนี้จะสามารถมองเห็นทิวทัศน์ของได้อีกด้วย นับเป็นจุดชมวิวเลยก็ว่าได้
 
พระเจดีย์ภูเขาน้อย ตั้งอยูบนยอดเขาเช่นกัน และนับได้ว่าเป็นปูชนียสถานที่สำคัญแห่งหนึ่งของเกาะพงันเลยทีเดียว ซึ่งเป็นที่ตั้งของเจดีย์เก่าๆจำนวนมาก และยังป็นที่ประดิษฐานของหลวงพ่อเพชร ซึ่งเดือน9 ของทุกปี ชาวเกาะและ นักท่องเที่ยวมักจะมาทำบุญกันที่วัดแห่งนี้
 
 
 

 
 

วันอังคารที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2553

เกาะพะงัน ฟูลมูน มาราธอน

24 ก.ย. 2553 - 25 ก.ย. 2553  
 มาแล้วสำหรับการท่องเที่ยวที่หลายคนอยากไปสัมผัส ซักครั้งในชีวิว่ามันจะสนุกอย่างที่ได้ยินคำร่ำลือหรือไม่ กับฟูลมูนปาร์ตี้ ที่ไม่ได้มีเพียงความสนุกสนานจากงานฟูลมูนเท่านั้น แตยังมีการจัดกิจกรรมวิ่งมาราธอน ให้นักท่องเที่ยวผู้มีหัวใจรักกีฬาได้มีโอกาสร่วมบรรยากาศทั้งมาราธอนที่จะจัดขึ้นในเวลากลางคืนซึ่งตรงกับคืนพระจันทร์เต็มดวง และฟูลมูนปาร์ตี้ด้วย โดยการจัดงานจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 24-25 กันยายน 2553 นี้ ณ บริเวณท่าเรือเฟอร์รี่ เกาะพงัน อำเภอเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี
สอบถามรายละเอียด โรงพยาบาลเวชธานี โทร.023740000 ต่อ 1206 สมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาะพะงัน โทร. 0814441322  เป็ดชวนวิ่ง โทร 022720141

วันอาทิตย์ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2553

งานพลุนานาชาติ พัทยา 2010

พอดีมีโอกาสไปถ่ายรูปงาน Pattaya Firework Festival 2010 เฉลิมฉลองวันแม่ เลยถือโอกาสนำรูปที่ไปถ่ายมาแบ่งปัน มีนักท่องเที่ยวและผู้ที่ชื่นชอบการถ่ายภาพมาร่วมงานกันอย่างมากมาย ทำให้การเดินทางในพัทยาในวันนั้นรถติดไปเลยทีเดียว โดยงานนี้จัดขึ้นที่บริเวณชายหาดพัทยากลาง ยังไงถ้าจะมีงานพลุอีกจะรีบลงรายละเอียดให้ตั้งแต่เนิ่นๆแล้วกันครับ เผื่อผู้สนใจอยากร่วมบรรยากาสในงาน

วันจันทร์ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2553

ท่องเที่ยว เดือน สิงหาคม

สำหรับเดือนสิงหาคม คงไม่มีใครไม่รู้ว่ามีวันสำคัญอยู่ครับ ถูกต้องแล้ววันแม่นั่นเองครับ หลายๆคนอาจกำลังมองหาสถานที่ดีๆเพื่อถือโอกาสนี้พาแม่ และครอบครัวไปท่องเที่ยว ดังนั้นผมจึงขอแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวและกิจกรรมดีๆที่จะมีในช่วงเดือนนี้ เผื่อจะเป็นการจุดประกายสำหรับผู้ที่ยังคิดสถานที่ท่องเที่ยวไม่ออก

เริ่มที่ปากช่องก่อนแล้วกันครับ กับงาน เทศกาลน้อยหน่า ของดีปากช่อง และงานกาชาดประจำปี 2553 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 4-15 สิงหาคม 2553 โดยความร่วมมือระหว่าง เทศบาลปากช่อง และเหล่ากาชาด โดยจะจัดขึ้น ณ บริเวณถนนเขาแคน กลางเมืองปากช่อง มีทั้งบูธร้านค้าต่างๆมากมาย ลานเบียร์สด และอาหารต่างๆมากมาย พร้อมทั้งคอนเสิร์ต และสวนสนุกยิ่งใหญ่จากต่างประเทศ ที่รอนักท่องเทีี่ยวเข้าไปสัมผัส



        

วันพฤหัสบดีที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2553

Honda Summer Fest @ Hua Hin # 3


ร้อนนี้มา Cool กับเทศกาลดนตรีฤดูร้อน Honda Summer Fest @ Hua Hin จัดขึ้น เป็นครั้งที่ 3 ณ บริเวณชายหาดเขาตะเกียบอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยบริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย)จำกัด ร่วมกับเทศบาลเมืองหัวหิน แฟดเดอร์บรอย ไทยแอร์เอเชีย ยูโร ฮัลโหล บางกอก และบริษัทเฟรชแอร์ เฟสติวัล จำกัด ในวันที่ 1 พ.ค. 2553 ตั้งแต่เวลาเที่ยงวันถึงเที่ยงคืน เพื่อเป็นการสร้างสีสันและกระตุ้นกระแสการท่องเที่ยวให้คึกคักขึ้นในช่วงฤดูร้อน บริษัท บริษัทเฟรชแอร์ เฟสติวัล จำกัด จึงร่วมกับผู้สนับสนุนจัดงานคอนเสิร์ต แนวดนตรี ป๊อบ สกา เร้กเก้ และแดนซ์ และรวบรวมเหล่าศิลปินและดีเจที่มีชื่อเสียงของไทยและต่างประเทศเกือบ 20 วง ร่วม 100 ชีวิต อาทิ โจอี้ บอย,ทีโบน,ไททาเนียม,ลิปตา,ตู่ ภพธร,แชมป์ ศุภวัฒน์,ETC,วงเทดดี้ สกา,Spydamonkee,จุ๋ย จุ๋ยส์,Ki-Jo Brothers,Tamone Band,Mocca Garden,Buddha Bless, สิงห์เหนือ เสือใต้,ไทเดินเล่น,รวมถึง Pistol Valve,จากประเทศญี่ปุ่น Uprooted DJ Team จากเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน และ Kingkapisi จากประเทศนิวซีแลนด์ และยังมีศิลปินอื่น ๆ อีกมากมาย จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวมาร่วมชมบรรยากาศคอนเสิร์ตสบาย ๆ ริมชายหาดเขาตะเกียบในวันที่ 1 พฤษภาคม 2553

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์บริการข้อมูล ฮอนด้า 24 ชม. โทร.02-341-7777,ไทยทิกเก็ตเมเจอร์ โทร.02-2623456 ฝ่ายประชาสัมพันธ์ บริษัท เฟรชแอร์ เฟสติวัล จำกัด โทร.02-203-0075-6

ข้อมูลจาก:  เว็บไซต์ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

วันพุธที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2553

ท่องเที่ยวงานประเพณีปอยส่างลอง (บวชลูกแก้ว) ประจำปี 2553

งานประเพณีปอยส่างลอง (บวชลูกแก้ว) ประจำปี 2553
วันที่ 9 – 11 เมษายน 2553
ณ วัดม่วยต่อ อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน



เทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอนร่วมกับชุมชนป๊อกกาดเก่าจัดงานสืบสานงานประเพณีปอย ส่างลอง (บวชลูกแก้ว)ประจำปี 2553 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 9 – 11 เมษายน 2553 โดยงานดังกล่าวเป็นการบรรพชาสามเณรหมู่ตามความเชื่อดั้งเดิมของชาวไตใน จังหวัดแม่ฮ่องสอนซึ่งมีประวัติความเป็นมาดังนี้
ตามพุทธประวัติ ก่อนที่เจ้าชายสิทธัตถะจะออกผนวช พระองค์ทรงเสวยราชสมบัติ คำว่า “ส่างลอง”   เป็นคำไต (ไทยใหญ่) ผสมระหว่างคำว่า “ส่าง” และ “ลอง” มาจากคำว่า “อลอง” แปลว่า กษัตริย์ ดังนั้น ส่างลอง  จึงหมายถึงผู้ที่จะเตรียมบวชเป็นสามเณร ในอดีตแม่ฮ่องสอนยังไม่มีโรงเรียนมากนักเมื่อชาวนาเก็บเกี่ยวข้าวเสร็จแล้ว ก็จะว่างจากการทำไร่ ทำนา อีกทั้งชาวไตซึ่งเคร่งครัดในพุทธศาสนาจึงนิยมบุตรหลานไปบวชเป็นสามเณรเพราะ ถือว่าผู้ใดที่ได้ทำการบวชสามเณรจะได้รับกุศลแรง ประเพณีปอยส่างลองจึงเป็นประเพณีบรรพชาสามเณรตามแบบไตเพื่อให้บุตรหลานได้มี โอกาสศึกษาพระธรรมคำสั่งสอน ของพระพุทธเจ้า ชาวไตมีความเชื่อว่าได้กุศลแรงกว่า   การอุปสมบทพระภิกษุ ในจังหวัดแม่ฮ่องสอนมีการจัดงานประเพณีปอยส่างลองขึ้นหลายแห่งในทุกอำเภอ มักมีการจัดขึ้นประมาณปลายเดือนมีนาคมหรือต้นเดือนเมษายนของทุกปี   นับเป็นเอกลักษณ์ของแม่ฮ่องสอนเพราะเป็นประเพณีที่มีความสำคัญและยิ่งใหญ่ โดยเฉพาะขบวนแห่ส่างลองนับได้ว่ามีความสวยงามตามแบบประเพณีโบราณของชาวไต อย่างแท้จริง ทำให้ประเพณีปอยส่างลองได้รับความสนใจจากท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ ให้เดินทางเข้ามายังจังหวัดแม่ฮ่องสอนพร้อมกับการร่วมทำบุญไปพร้อมกัน ด้วยการจัดงานประเพณีปอยส่างลองในอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอนโดยเทศบาลเมือง แม่ฮ่องสอน ชุมชนป๊อกกาด ร่วมกับ วัดม่วยต่อกำหนดจัดงานประเพณี   ปอยส่างลองขึ้นในวันที่ 9 - 11 เมษายน 2553 รวม 3 วัน
 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) สำนักงานแม่ฮ่องสอนและเทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอนขอเชิญชวนท่านเข้าร่วมเป็นส่วน หนึ่งในการสืบสานประเพณีอันดีงามของชาวไตจังหวัดแม่ฮ่องสอนในงานปอยส่า งลอง   (บวชลูกแก้ว) ระหว่างวันที่ 9 – 11 เมษายน 2553 ณ วัดม่วยต่อ อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอน โทร.053-612016 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)   สำนักงานแม่ฮ่องสอน โทร. 0-5361-2982-3 www.travelmaehongson.org


ข้อมูลโดย  : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

วันศุกร์ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2553

ท่องเที่ยวงานประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้ง 2553


เขาพนมรุ้งชื่อที่หลายๆคนรู้จักกัน หรือบางคนอาจรูจักันในนามปราสาทเขาพนมรุ้ง ซึ่งมีที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ของจังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งในปีนี้ทางจังหวัดได้ร่วมมือกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยจัดงานประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้ง ประจำปี2553 ขึ้น เพื่อเป็นการส่งเสริมด้านการท่องเที่ยวให้แก่ผู้ที่มีความสนใจในการท่องเที่ยว ได้มาสัมผัสบรรยาการศ และเรียนรู้สิ่งปลูกสร้าง และวัฒนธรรมต่างๆ โดยเริ่มงานมาตั้งแต่วันที่ 6 มีนาคม จนถึงวันที่ 4 เมษายน 2553 ที่จะถึงนี้ โดยมีกิจกรรมต่างๆที่น่าสนใจดังนี้อันแรกที่ขอกล่าวถึงเลย คือความมหัศจรรย์ของสิ่งปลูกสร้างโดยที่แสงจพระอาทิตย์ส่องสตรงลอดช่องประตูทั้ง 15 ประตูของปราสาทเขาพนมรุ้ง ซึ่งเป็นโอกาสที่ดีที่หากนักท่องเที่ยวมีโอกาสที่จะเดินทางไปน่าจะไปสัมผัสซักครั้ง ซึ่งปรากฏการณ์นี้จะเกิดขึ้นระประมาณวันที่ 2-4 เมาษยน นอกจากนั้นก็จะมี การแสดงแสง สี เสียง ซึ่งในปีนี้มีขาวออกมาว่าจะมีการปรับการแสดงใหม่ใหญ่กว่าเดิม  ตลาดนัดโบราณ วิ่งมาราธอน และจักรยานเสือภูเขา

วันพุธที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2553

สงกรานต์2553นี้เที่ยวไหนดี

คำถามที่หลายคนกำลังหาคำตอบให้กับตัวเองอยู่ว่าสงกรานต์นี้จะไปเที่ยวที่ไหนดี นานๆจะมีวันหยุดยาวให้ได้พักผ่อนกันซักทีต้องหาที่ท่องเที่ยวกันซักหน่อย ไม่ว่าจะเป็นแนวครอบครัวหรือหมู่คณะมีแนะนำกันมาใครสะดวกที่ไหนก็ไปที่นั่นแล้วกันเริ่มที่แรกที่เมืองหลวงเลยแล้วกัน
 
ถนนข้าวสาร ถนนที่หลายๆคนที่เล่นสงกรานต์ในกรุงเทพจะรู้จักกันดี น่าจะป็นจุดที่คนนิยมเล่นมากที่สุดจุดหนึ่งในกรุงเทพ คราคร่ำไปด้วยนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและ ชาวต่างชาติ แต่เทศกาลสงกรานต์ก็เป็นที่ชื่นชอบของนักท่องเที่ยวต่างชาติอยู่แล้วกับโอกาสคลายร้อนด้วยการเล่นน้ำแบบนี้
เชียงใหม่ จังหวัดที่ถ้าจัดอันดับการเล่นสงกรานต์แล้วความสนุกไม่เป็นรองใครแน่นอน  เริ่มกันมาเรื่อยๆประมาณ วันที่10เมษายน ส่วนจะมาสนุกกันหนัก ก็ประมาณ 13-15 ซึ่งหลายๆคนอาจเคยได้เห็นการเล่นสงกรานต์บริเวณรอบคูเมืองของจังหวัดเชียงใหม่ผ่านทางทีวี และอีเมล์ กันมาบ้างแล้ว
ขอนแก่น(ถนนข้าวเหนียว) มาภาคอีสานกันบ้างกับถนนข้าวเหนียว ชื่อเดิมถนนศรีจันทร์(วันอื่นๆยกเว้นวันสงกรานต์)น่าจะมีจุดมกำเนิดมาจากถนนข้าวสาร(อันนี้ผมคิดเอาเอง) แต่การเล่นสงกรานต์ที่นี่ก็สนุกไม่แพ้ที่ไหนๆเช่นกัน ถือได้ว่าถนนข้าวเหนียวเป็นสายหลักของการเล่นน้ำสงกรานต์ของจังหวัดขนแก่นเลยทีเดียว
อุบลราชธานี(ถนนข้าวปุ้น) หรือถนนขนมจีนนั่นเอง(ฮาได้อีก)เล่นกันที่ ถนนสรรพสิทธ์ น่าจะเกิดการขยายอิทธิพลการเล่นมาจากถนนข้าวสารเช่นกันแต่ตั้งชื่อไม่ทันถนนข้าวเหนียว ทำให้ได้ชื่อนี้มา ความมันส์สามารถรับประกันได้เหมือนกันครับ
ปัตตานี(ถนนข้าวยำ) มาถึงภาคใต้ของเรากันบ้างกับถนนข้าวยำ อยู่ที่ถนนมะกรูดแต่จะเปลี่ยนชื่อเฉพาะวันสงกรานต์ว่าถนนข้าวยำ เป็นจุดศูนย์รวมการเล่นสงกรานต์ของจังหวัดปัตตานีเลยก็ว่าได้
 
ยังไงก็อย่าลืมแล้วกันครับว่าวันสงกรานต์มีความสำคัญอีกหลายอย่างอยู่ในตัว ทั้งวันปีใหม่ไทย วันครอบครัว ซึ่งถือเป็นโอกาสดีที่จะได้อยู่กับครอบครัว รดน้ำดำหัวขอขมา ขอพร กับผู้หลักผู้ใหญ่ที่ให้ความเคารพ แล้วก็เล่นสงกรานต์อย่าให้เกินเลยขอบเขตแล้วกันนะครับ จะได้เล่นกันสนุกได้ตลอดรอดฝั่งสงกรานต์จะได้ไม่จบก่อนคนอื่นๆครับ ฝากอีกนิดสำหรับเรื่องเมาไม่ขับแล้วกันครับ เพื่อความปลอดภัยของทั้งตัวเองและคนอื่นๆ

วันศุกร์ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2553

ท่องเที่ยวสระแก้ว คุ้มค่า 555

ท่องเที่ยวสระแก้วคุ้มค่า  555  
เที่ยวสระแก้วครึกครื้น  เศรษฐกิจสระแก้วคึกคัก 
พบกับสุดยอดแหล่งท่องเที่ยว  ของดีของดังเมืองสระแก้ว

     ความหมายของ  “ท่องเที่ยวสระแก้วคุ้มค่า 555”  คือ สุดยอดแหล่งท่องเที่ยว 15  แห่ง  ได้แก่  สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์  5  ที่  ชมของดี  5  อย่าง  เที่ยวแหล่งธรรมชาติ  5  สถาน เพราะทุกแห่งที่คัดมานำเสนอเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมและสุดยอดที่สุดที่ คุณต้องไม่พลาดแวะมาเยี่ยมเยือน ณ จังหวัดสระแก้ว
      “สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์  5 ที่ “  ได้แก่  หลวงพ่อขาววัดนครธรรม   พระพุทธรูปโบราณปางสมาธิ  เป็นพระพุทธรูปที่ชาวอำเภอวัฒนานครให้ความเคารพว่าศักดิ์สิทธิ์  หลวงพ่อทองวัดสระแก้ว  พระเกจิอาจารย์ของเมืองสระแก้ว   เป็นที่เคารพศรัทธาของประชาชนทั่วไปเนื่องด้วยมีความเชี่ยวชาญด้านวิชาแพทย์ แผนโบราณและเป็นพระภิกษุที่มีเมตตาธรรมสูง   พระสยามเทวาธิราช องค์จำลององค์แรกของประเทศไทย   สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่สร้างขวัญและกำลังใจให้กับชาวอรัญประเทศเมื่อครั้งเกิด สถานการณ์การสู้รบในประเทศกัมพูชาอันยาวนานกว่า 7 ปี   ศาลหลักเมือง ศูนย์รวมจิตใจของชาวสระแก้วสร้างเมื่อครั้งจังหวัดสระแก้วได้รับการสถาปนา ให้เป็นจังหวัดที่  74 ของประเทศไทยเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2536 พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช  เมื่อครั้งอดีต พ.ศ.2124 สมเด็จพระนเรศวรมหาราช  ทรงยกทัพมาปราบปรามอริราชศัตรู  พร้อมทั้งจัดตั้งค่ายคูเมือง  ปลูกยุ้งฉางข้าวลำเลียงไว้ที่ค่ายพระทำนบ (บริเวณอำเภอวัฒนานครในปัจจุบัน)
      “ชมของดี  5  อย่าง”  ได้แก่  ตลาดโรงเกลือ - ตลาดการค้าชายแดนที่เป็นเส้นเลือดใหญ่ในการประกอบอาชีพค้าขายระหว่างไทย – กัมพูชา  ปราสาทสด๊กก๊อกธม - โบราณสถานที่ใหญ่และสำคัญของจังหวัดสระแก้ว    เขาฉกรรจ์ - ชมทิวทัศน์บนยอดเขาทะลุ  สหกรณ์โคนมวังน้ำเย็น – แหล่งผลิตอาหารเสริมคุณภาพ สร้างงานสร้างอาชีพสู่ชุมชน  อาหารอร่อย  5  ชนเผ่าเมืองอรัญฯ – เลือกชิมอาหารอร่อยจากต้นตำรับ   เวียดนาม  ลาว  เขมร  จีน  ไทย  หลากหลายเมนู
      “เที่ยวแหล่งธรรมชาติ  5  สถาน”  ได้แก่  ผืนป่าดงพญาเย็น – เขาใหญ่  มรดกโลก  อุทยานแห่งชาติปางสีดาและอุทยานแห่งชาติตาพระยา - พบกับความหลากหลายของระบบนิเวศที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว  ละลุ - นั่งรถอีแต๊กชมประติมากรรมตามธรรมชาติ  อ่างเก็บน้ำพระปรง - ล่องเรือชมนก  พร้อมชิมอาหารอร่อยริมขอบสระ   ถ้ำเพชรโพธิ์ทอง -  ตื่นตาตื่นใจกับแหล่งท่องเที่ยวทางธรณีวิทยา   น้ำตกเขาตะกรุบ -  น้ำตกงามบนผืนป่าตะวันออก “เขตรักษาพันธุ์สัตว์เขาอ่างฤๅไน
      นอกจากนี้ในช่วงปี  2553  จังหวัดสระแก้วยังจัดให้มีกิจกรรม  เทศกาลงานประเพณีตลอด 12 เดือน เพื่อสร้างสีสันให้การเดินทางของนักท่องเที่ยวมีครบทุกรสชาติ
 มกราคม      งานวันสมเด็จพระนเรศวรมหาราช
 กุมภาพันธ์   งานสืบสานวัฒนธรรมเบื้องบูรพาและงานกาชาดจังหวัดสระแก้ว
 มีนาคม       งานวันชมพู่หวานและของดีคลองหาด
 เมษายน      งานแคนตาลูปและของดีเมืองอรัญ
 พฤษภาคม  การแข่งขันรถยนต์ทางเรียบ Sa Kaeo Super Car Thailand
 มิถุนายน     เทศกาลดูผีเสื้อปางสีดา
 กรกฎาคม    เทศกาลดูนกน้ำตามเส้นทางนกงู
 สิงหาคม     ตามรอยเบื้องพระยุคลบาทในพื้นที่ จ.สระแก้ว
 กันยายน     งานสมโภชศาลหลักเมือง
 ตุลาคม       ประเพณีตักบาตรเทโวโรหนะ
 พฤศจิกายน เทศกาลท่องผืนป่าตะวันออก
 ธันวาคม      งานสระแก้วเทิดไท้องค์ราชันย์

      ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่  สำนักงานจังหวัดสระแก้ว  โทร.0-3742-5124  www.sakaeo555.com  หรือสอบถามข้อมูล เพิ่มเติมและขอรับตัวอย่างเส้นทางท่องเที่ยวได้ที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศ ไทย  สำนักงานนครนายก โทร. 0-3731-2282, 0-3731-2284

ข้อมูลจาก :เว็บไซต์การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

วันพฤหัสบดีที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2553

ท่องเที่ยว มีนาคม ที่บางเสร่

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาได้มีโอกาสไปเที่ยวที่บางเสร่ อ.สัตหีบมาครับเมื่อได้สัมผัสบรรยากาศ เลยอดไม่ได้ที่จะนำสิงที่ได้พบที่บางเสร่ มาแบ่งปัน เริ่มจากน้ำทะเลที่ยังคงเป็นสีฟ้าสวยงาม และบรรยากาศโดยรอบที่ยังมีความสงบ ทำให้ผมหลงไหลกับบางเสร่ไปเลยทีเดียว เสียดายเวลาน้อยไปนิด เลยไม่มีโอกาสได้ลงไปเล่นน้ำ เพราะนึกไม่ถึงว่าสถานที่ที่เดินทางออกมาไม่ห่างตัวเมืองมากนัก (ใช้เวลาไม่ถึง 20 นาที)จะมีทะเลสวยๆแบบนี้ให้ได้ชม เลยถือโอกาสเก็บรูปมาฝากเล็กๆน้อยๆ แล้วกันนะครับ  ขอแนะนำเลยแล้วกันนะครับสำหรับคนที่ชอบทะเลสวยๆ บรรยากาศสงบๆ

ท่องเที่ยว มีนาคม กับจังหวัดอยุธยา

พิธีไหว้ครูมวยไทยโลก   สำหรับเดือนมีนาคมนี้นักท่องเที่ยวที่มีความสนใจในศิลปะป้องกันตัวแบบไทยๆ นั่นคือมวยไทยนั่นเอง ซึ่งปีนี้ทางจังหวัดอยุธยาได้จัดงานเกี่ยวกับมวยไทยขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ เพื่อเป็นการเผยแพร่และอนุรักษ์สืบสานศิลปะวัฒนธรรมไทยให้เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและนักท่องเที่ยวชาวต่างประชาติที่มีความสนใจ โดยจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 14-17 มีนาคม 2553 โดยมีรายละเอียดคร่าวๆดังนี้
 
14 มีนาคม 2553 เริ่มต้นวันแรกด้วยการจัดพิธีไหว้ครูมวยไทยโลก โดยใช้พื้นที่บริเวณวัดมหาธาตุ เพื่อให้นักมวยไทยทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติได้เข้าใจ และเห็นความสำคัญ ของพิธีการไหว้ครูมวยไทย ซึ่งเป็นขนบธรรมเนียมปฏิบัติที่เป็นเอกลักษณ์ ของความเป็นไทย เนื่องจากปัจจุบันมวยไทยได้เป็นที่รู้จัก และฝึกฝนกันในหลายประเทศ ทางผู้จัดจึงมีจุดประสงค์ที่จะให้โอกาสนี้เป็นการเผยแพร่ขนบธรรมเนียมที่ถูกต้องแก่นักมวยไทยทั้งชาวไทยและต่างประเทศ นอกจากนั้นยังจะเป็นการสร้างความประทับใจแก่นักมวยไทยและนักท่องเที่ยวที่ได้มีโอกาสมาสัมผัสบรรยากาศ ในงานพิธีนี้ด้วย
นอกจากนั้นในงานยังจะมีการแสดงศิลปะป้องกันตัวแขนงอื่นๆของไทย เพื่อให้นักท่องเที่ยวที่มีโอกาสเข้ามาร่วมงานได้ชมกัน เช่น กระบี่กระบอง พลอง ง้าว และอื่นๆอีกมากมายให้ได้ชมและเรียนรู้กัน พร้อมกันนี้ยังมีการจัดพื้นที่ให้ค่ายมวยต่างๆ นำเสนอหลักสูตรมวยไทยต่างๆ ให้แก่นักท่องเที่ยวที่สนใจภายในงานอีกด้วย
นอกเหนือจากศิลปะป้องกันตัวยังมีสาธิตศิลปะหัตถกรรม และการแสดงอาหารไทยให้นักท่องเที่ยวที่มาร่วมงานได้ชมได้ชิมกันอีก ดังนั้นในงานนี้ผู้ที่มาร่วมงานคงได้เต็มอิ่ม สำหรับความเป็นไทย
15-16 มีนาคม 2553 จะมีการจัดสัมนาการอบรมหลักสูตรมวยไทย โดยสมาคมศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวแบบไทย ณ หอประชุมสนามกีฬาจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
17 มีนาคม 2553 จะมีการจัดพิธีบวงสรวงนายขนมต้ม ณ บริเวณอนุสาวรีย์นายขนมต้มเวลา 09.00 น. ส่วนกิจกรรมอื่ๆก็จะมีการแสดงกระบี่กระบอง กีฬ่าไทย ไก่ชน การแข่งขันชกมวยไทย การแข่งขันเซปัคตะกร้อ และ การแข่งขันเปตอง
 

วันอังคารที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2553

ท่องเที่ยวไทยจังหวัดจันทบุรี

จันทบุรี จังหวัดที่มีผลไม้ขึ้นชื่ออันดับต้นๆ ของประเทศไทย นอกจากนั้นยังมีชื่อเสียงในด้านอัญมณีแหล่งใหญ่ของประเทศไทย นอกจากนั้นในด้านสถานที่ท่องเที่ยวก็ยังไม่เป็นรองที่ใดในประเทศ ทั้งทะเล ชายหาด ภูเขา ป่าไม้ น้ำตก รวมไปถึงโบราณสถาน และโบราณวัตถุต่างๆมากมาย นับได้ว่าเป็นที่ที่ครบเครื่องมากเลยทีเดียวสำหรับผู้ที่ชอบการท่องเที่ยว แม้กระทั่งจะกล่าวไปถึงกาเดินทางก็ไม่ได้ลำบากยากเย็น เพราะใช้ถนนหลัก บางนา-ตราด ยิงยาวมาเรื่อยๆ ทั้งรถส่วนตัว และรถโดยสารประจำทางปรับอากาศ ที่มีไว้บริการทั้ง จากเอกมัย และหมอชิต ต่อมาขอแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ
เริ่มจากในตัวเมืองและพื้นที่ใกล้เคียงก่อน
ศาลหลักเมืองจันทบุรีและศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เริ่มแนะนำที่แรกสำหรับผู้ที่สนใจมาท่องเที่ยวที่จันทบุรี เอาฤกษ์เอาชัยกันก่อนที่ศาลหลักเมืองจันทบุรี แล ะศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ซึ่งเป็นที่เคารพนับถือของชาวจันทบุรี ตั้งอยู่ในตัวเมืองจันทบุรีบริเวณหน้าค่ายสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช(ค่ายกองพันทหารราบที่3)
สวนสาธารณะสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช  สถานที่พักผ่อนหย่อนใจอีกแห่งหนึ่งของชาวจันทบุรี มีทั้งกิจกรรมพายเรือในบึงแล้ว นอกจากนั้นยังเป็นสถานที่เพาะพันธ์ปลาของประมงจังหวัดอีกด้วยมีพพื้นที่กว้างขวางประมาณ 30 ไร่ และภายในสวนยังเป็นที่ประดิษฐานพระบรมราชานุสาวรีย์ของพระเจ้าตากสินมหาราช ตั้งอยู่บริเวณใกล้ๆกับศาลากลางจังหวัดจันทบุรี
หาดเจ้าหลาว หาดที่เป็นที่รู้จักกันดีของจังหวัดจันทบุรี มีลักษณะเป็นหาดทรายสีขาวแนวยาวเลียบชายฝั่ง ทำให้มีนักท่อง้ที่ยวนิยมมาพักผ่อนหย่อนใจกันในวันหยุด และเมื่อออกจากชายฝั่งไปเพียง 1 กิโลเมตรจะมีแนวปะการังให้ได้ชมกัน ซึ่งโดยปกติแล้วปะการังจะชึ้นตามบริเวณที่มีเกาะ ดังนั้นสำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจสามารถติดต่อเรือท้องกระจกสำหรับชมปะการังกันได้ตามสถานที่บริการบริเวณหาดได้เลยครับ
คุกขี้ไก่ ตั้งอยู่ห่างจากหาดแหลมสิงห์ เพียง 1 กิโลเมตร เป็นคุกที่ฝรั่งเศสใช้กักขังผู้ต่อต้านสมัยเกิดข้อพิพาทด้วยเรื่องดินแดนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง เป็นห้องขังนักโทษที่เลี้ยงไก่ไว้ด้านบนเมื่อไก่ขับถ่ายก็จะถ่ายมูลลงมารดที่หัวนักโทษตลอดเวลา ปัจจุบันไม่มีการเลี้ยงไก่แล้วนะครับ นักท่องเที่ยวที่สนใจสามารถเข้าไปเยี่ยมชมได้ครับจะได้เห็นกันว่าที่เรียกกันว่าคุกขี้ไก่มันเป็นยังไง
อุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้ว อยู่ที่อำเภอแหลมสิงห์มีเนื้อที่ประมาณ  134.5 ตารางกิโลเมตร มีน้ำตกที่มีชื่อเสียงคือน้ำตกพลิ้ว เป็นน้ำตกที่นักท่องเที่ยวนิยมมาท่องเที่ยวจำนวนมาก มีทั้งหมด3ชั้นเป็นแอ่งน้ำใสเหมาะแก่การเล่นน้ำ 
 

วันศุกร์ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2553

ท่องเที่ยวจังหวัดพัทลุง

จังหวัดพัทลุงเป็นทางภาคใต้ทีมีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว เป็นเมืองเกาแก่โบราณ และยังมีความสมบูรณ์ ทางธรรมชาติค่อนข้างสูง มีระบบนิเวศน์ที่ค่อนข้างสมบูรณ์ เป็นเมืองที่หลายคนรู้จักในนามเมืองแห่งเขาอกทะลุ(ภูเขาที่มีรูจนมองทะลุภูเขาได้) สำหรับการเดินทางสามารถเดินทางได้ทั้งรถยนต์โดยสารส่วนตัว รถโดยสารประจำทาง รถไฟ และเครื่องบิน(ลงที่ตรัง หรือสงขลา)
 
สถานที่ท่องเที่ยว
เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย ถึงแม้ว่าจะเป็นจังหวัดเดียวทางภาคใต้ที่ไม่ติดชายฝั่งทะเลเลยก็ตาม แต่ธรรมชาติก็ยังสร้างทะเลน้อย เป็นทะเลสาปที่มีน้ำทะเลไหลเข้ามาอยู่ ซึ่งในบริเวณนี้เองที่เป็นจุดที่มีความอุดมสมบูรณ์ค่อนข้างสูงมากทำให้มีสัตว์น้ำ หรือแม่กระทั่งนกชนิดต่างๆมาอาศัยอยู่จำนวนมาก ประมาณ 150 ชนิด กว่า 100,000 ตัว ซึ่งช่วงที่เหมาะสมในการดูนกมากที่สุด คือช่วง เดือนธันวาคมจนถึงเดือนเมษายน  ทำให้ในแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวที่ต้องการชื่นชมธรรมชาติแวะเวียนเข้ามาเยี่ยมเยียนกันอย่างสม่ำเสมอ จึงถูกประกาศให้ป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย นอกจากนี้ยังมีบริการให้เช่าเรือสำหรับพายชมธรรมชาติในทะเลน้อยได้อีกด้วย
(ในปีนี้ทางอุทยาน ได้จัดเทศกาลล่องเรือแลนกทะเลน้อย ครั้งที่ 11 ขึ้น ระหว่างวันที่20 มีนาคม-20เมษายน 2553)
บ่อน้ำร้อน ธารน้ำเย็น อยู่ที่อำเภอเขาชัยสน อยู่ไม่ไกลนักจากที่ว่าการอำเภอเขาชัยสน ซึ่งอยู่ในวัดบ่อน้ำร้อน โดยเป็นแอ่งน้ำร้อนธรรมชาติซึ่งชาวบ้านเชื่อกันว่าเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์สามารถรักษาโรคบางอย่างได้ โดยทางวัดก็ได้จัดพื้นที่สำหรับอำนวยความสะดวกสำหรับนักท่องเที่ยวที่จะอาบน้ำร้อนไว้ด้วย และในบริเวณใกล้ๆกัน บริเวณหน้าผากจะมีบ่อน้ำเย็น ซึ่งจัดเป็นสวนพักผ่อนสำหรับผู้ที่ผ่านไปมาด้วย
พระพุทธนิรโรคันตรายชัยวัฒน์จตุรทิศ หรือที่เรียกกันว่า พระสี่มุมเมือง พระพุทธรูปหล่อสำริดปางสมาธิ เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ประจำภาคใต้ และจังหวัดพัทลุงสำหรับนักท่องเที่ยวที่จะมาสักการะ สามารถเดินทางมาได้ที่บริเวณหน้าศาลากลางพัทลุง
 

วันพฤหัสบดีที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2553

งานไทยเที่ยวไทย ครั้งที่ 18


มีข่าวคราวดีๆมาบอกเล่าเก้าสิบ สำหรับนักท่องเที่ยวที่กำลังมองหาสถานที่ท่องเที่ยวกันอยู่ สำหรับงานไทยเที่ยวไทยค ที่จัดมาแล้วถึง 18 ครั้ง ซึ่งแต่ละครั้งก็ได้รับเสียงตอบรับกันเป็นอย่างดีทั้งจากภาคเอกชน ที่นำโรงแรม รีสอร์ท หรือสถานที่บริการเกี่ยวกับการท่องเที่ยวต่างๆ ทั้งในประเทศ และทริปต่างประเทศ มาลด แลก แจก แถม กันไม่มีกั๊กเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา เพราะฉะนั้นพลาดไม่ได้สำหรับนักท่องเที่ยวที่อยากได้ของดีราคาถูก มีให้แน่ๆ ในงานนี้ โดยจะจัดขึ้นทั้งหมด4 วัน ระหว่างวันที่ 11-14 มี.ค.2553 ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

วันพุธที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2553

ท่องเที่ยวกระบี่


 

สำหรับจังหวัดที่จะมาแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวในวันนี้คือ จังหวัดกระบี่ นับได้ว่าเป็นจังหวัดที่มีนักท่องเที่ยวสนใจมากอีกจังหวัดหนึ่งของไทย ซึ่งจังหวัดกระบี่ประกอบไปด้วยหมู่เกาะน้อยใหญ่กว่า 130 เกาะเลยทีเดียว ดังนั้นสถานที่ท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวรู้จักกันดี ก็คงหนีไม่พ้นเกาะและชายหาดนั่นเอง โดยเกาะและชายกหาดที่นักท่องเที่ยวรู้จักกันเป็นอย่างดี เช่น หมู่เกาะพีพี หมู่เกาะห้อง  หมู่เกาะลันตา หาดนพรัตน์ธารา หรือแม้กระทั่งถ้ำลอดที่นักท่องเที่ยวสามารถล่องเรือลอดถ้ำในเวลาน้ำลงได้ และมีป่าชายเลนอยู่มากมายเช่นกัน นอกจากนั้นพื้นที่ของจังหวักระบี่เต็มไปด้วย ต้นปาล์ม มะพร้าว ยางพารา มะม่วงหิมพารต์ สวนกาแฟ จึงทำให้นักท่องเที่ยวที่มีโอกาสได้มาสัมผัสบรรยากาสได้ดื่มด่ำกับอีกเมืองหนึ่งที่ถ่ายทอดความรู้สึกของการเป็นทะเลได้ป็นอย่างดีเลยทีเดียว สำหรับสภาพภูมิอากาศมีเพียง 2 ฤดู คือฤดูร้อน และ ฤดูฝน เท่านั้น

สถานที่ท่องเที่ยวแนะนำ

หมู่เกาะพีพี  เป็นหมู่เกาะที่ขึ้นชื่อ ทั้งจากนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติเป็นอย่างดี ห่างจากตัวจังหวัดกระบี่ประมาณ 40 กิโลเมตร โดยมีเกาะเด่นๆอีก 2 เกาะเป็นส่วนประกอบคือเกาะพีพีเล และเกาะพีพีดอน ซึ่งในส่วนของหมู่เกาะพีพี เป็นที่รู้กันดีในส่วนของนักดำน้ำว่ามีปะการังที่สมบูรณ์อยู่ค่อนข้างมาก การเดินทาง มีทั้งเรือธรรมดาและเรือเร็วให้เลือกใช้บริการ ซึ่งส่วนนี้สามารถติดต่อได้ที่บริษัททัวร์ต่างๆที่ให้บริการอยู่มากมาย ใช้เวลาเดินทางสำหรับเรือธรรมดาประมาณ 2-2ชัวโมงครึ่ง ส่วนเรือเร็วประมาณไม่เกิน1 ชั่วโมงครึ่ง

 

หมู่เกาะห้อง  อีกหมู่เกาะหนึ่งที่เป็นที่รู้จักกันเป็นอย่างดี ประกอบด้วยเกาะน้อยใหญ่อีกหลายเกาะ เช่น เกาะซากา เกาะปากกะ เกาะเหลาลาดิง เป็นต้น  เป็นเกาะที่รู้จักกันดีในหมู่นักดำน้ำชมปะการัง ทั้งปะการังน้ำตื้น และปะการัง น้ำลึก  ใช้เวลาเดินทางประมาณ1 ชั่วโมง

ท่องเที่ยวงานประเพณีตรุษไทยภูผาม่าน 2553


ท่องเที่ยวงานประเพณีตรุษไทยภูผาม่าน 2553
โดยงานนี้จะมีการจัดขึ้นที่ อำเภอภูผาม่าน จังหวัดขอนแก่น บริเวณ หน้าที่ว่าการอำเภอภูผาม่าน โดยเป็นการจัดงานประจำปีเพื่อสืบสานวัฒนธรรม ประเพณี   โดยจะมีกิจกรรม พิธีขอขมาผู้สูงอายุ การแข่งขันกีฬาพื้นบ้าน และกีฬาสากล การขายผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น( Otop ) ให้แก่นักท่องเที่ยว รวมไปถึงการแสดง แสง สี เสียง    และที่ลืมไม่ได้คือการประกวดเทพีตรุษไทย (รับเฉพาะคนในพื้นที่เท่านั้น) โดยในงานนี้จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 15-17 มีนาคม 2553
 
อุทยานแห่งชาติ ภูผาม่าน
ขอแนะนำเพิ่มเติมในส่วนของอุทยานแห่งชาติภูผาม่าน ให้นักท่องเที่ยวได้แวะไปสัมผัสธรรมชาติอีกที่หนึ่ง โดยเฉพาะปีนี้ซึ่งเป็นปีที่ทางอุทยานแห่งชาติทั่วประเทศจัดโครงการลดค่าที่พักอุทยานแก่นักท่องเที่ยว ที่ตั้งอยู่ที่อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น สำหรับที่มาของชื่อภูผาม่านนั้น มาจากลักษณะของหน้าผาที่มีลักษณะชันมาก จนดูคล้ายผ้าม่านจึงเป็นที่มาของภูผาม่านนั่นเอง  
โดยมีลักษณะภูมิประเทศโดยส่วนใหญ่ของภูผาม่าน เป็นเทือกเขาหินปูนเป็นแนวยาวสูงจากน้ำทะเลประมาณ 200 ถึง 800 เมตร ลักษณะป่าเป็นผืนป่าเบญจพรรณ   ป่าดิบแล้ง และป่าดิบเขา และมีอากาศ ร้อน ถึงร้อนมาก เฉลี่ยประมาณ 30-35 องศาเซลเซียส สำหรับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบการชมสัตว์ป่า ที่พบโดยส่วนมากเป็นสัตว์ป่าขนาดเล็ก พวก กระต่ายป่า เก้ง ตะกวด ไก่ป่า และนกชนิดต่าๆ

วันอังคารที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2553

ว่าวไทยและว่าวนานาชาติ ครั้งที่ 11 (Coloring the sky)


ว่าวไทยและว่าวนานาชาติ ครั้งที่ 11 (Coloring the sky)
วันเสาร์ - อาทิตย์ที่ 13 - 14 มีนาคม 2553
ณ ค่ายนเรศวร อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี


การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้จัดงานว่าวไทยและว่าวนานาชาติ ครั้งแรก ในปี พ.ศ. 2532 และจัดต่อเนื่องมาในหลายๆพื้นที่ เช่น บริเวณชายทะเลเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี สนามศูนย์ศิลปาชีพบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา บริเวณท้องสนามหลวง กรุงเทพมหานคร ศูนย์กีฬาเมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี กองพลทหารราบที่ 16 ค่ายสมเด็จพระสุริโยทัย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และ ค่ายนเรศวร จังหวัดเพชรบุรี จนถึงปัจจุบัน และในปี 2553 ททท. ร่วมกับ จังหวัดเพชรบุรี ค่ายนเรศวร ค่ายพระรามหก สมาคมกีฬาไทยในพระบรมราชูปถัมถ์ สมาคมนักบินว่าวประเทศไทย กำหนดจัดงานว่าวไทยและว่าวนานาชาติ ครั้งที่ 11 ระหว่างวันที่ 13 - 14 มีนาคม 2553 ณ ค่ายนเรศวร อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี โดยพิจารณาเห็นว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีศักยภาพ ในการรองรับนักท่องเที่ยว และสามารถจัดกิจกรรมกีฬาเพื่อการท่องเที่ยวดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เดินทางเข้ามาในพื้นที่เพิ่มมากขึ้น

กิจกรรม
เวลา 10.00 น. -19.00 น. ณ ค่ายนเรศวร อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี

  1. การแสดงว่าวไทย 4 ภาค
  2 การแสดงว่าวนานาชาติ
  3. การแสดงว่าวกลางคืนในระดับนานาชาติ
  4. สาธิต นิทรรศการว่าวไทย
  5. สาธิตการแข่งขันว่าวจุฬาและปักเป้า
  6. การแข่งขันและสาธิตว่าวผาดโผน
  7. การแสดงว่าวจุฬาส่ายเร็ว
  8. การแสดงว่าวต่อสู้
  9. การประกวดว่าวแผง
  10. การประดิษฐ์ว่าวสร้างสรรค์
  11. การประกวดแผงว่าว
  12. คลีนิค และตลาดนัดว่าว
  13. กิจกรรมด้านศิลปะสำหรับเด็ก
  14. การออกร้านจำหน่ายอาหารและหัตถกรรม





กิจกรรมหลัก



กิจกรรมเสริม
  1. การแสดงกระโดดร่ม
  2. การแสดงและแข่งขันเครื่องบินเล็กบังคับวิทยุ
  3. ท่องเที่ยวพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน
  4. แรลลี่รถยนต์ ประหยัดพลังงาน


ข้อมูลจาก เว็บไซต์การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

งานประเพณีนบพระ-เล่นเพลงในแผ่นดินพระเจ้าลิไท จังหวัดกำแพงเพชร


 
 

งานประเพณีนบพระ-เล่นเพลงในแผ่นดินพระเจ้าลิไท จังหวัดกำแพงเพชร
วันที่ : 27 กุมภาพันธ์ - 8 มีนาคม 2553
สถานที่ : ณ สนามหน้าเมืองอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร อำเภอเมืองกำแพงเพชร จังหวัดกำแพงเพชร

  ประเพณีนบพระเล่นเพลง เป็นประเพณีที่สืบทอดมาจากสุโขทัย ซึ่งได้กล่าวถึงว่า ในสมัยพญาลิไทได้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุจากลังกามาบรรจุไว้ที่องค์พระเจดีย์ วัดพระบรมธาตุ ตำบลนครชุม ดังนั้นจึงได้มีการจัดขบวนของเจ้าผู้ครองนครไปนมัสการพระบรมธาตุ การจัดงานนบพระเล่นเพลง ถือเป็นงานประจำปีของจังหวัดกำแพงเพชร เป็นการ ฟื้นฟูและเผยแพร่ประเพณีดั้งเดิมที่ถ่ายทอดให้กับคนรุ่นใหม่ได้เข้าใจถึง ประวัติความเป็นมาของท้องถิ่นตน จังหวัดกำแพงเพชรได้ฟื้นฟูประเพณีนบพระเล่นเพลงขึ้นในปี พ.ศ. ๒๕๒๖ ด้วยการจัดขบวนแห่พยุหยาตราจำลองไป นบพระ และเวียนเทียนพระบรมธาตุเจดีย์ และได้มีการแสดงการละเล่น เล่นเพลง กันเป็นที่เอิกเกริก รวมทั้งจัดให้มีการแสดงแสงสีเสียงถึงประวัติความเป็นมาของการตั้งบ้านแปลงเมือง นอกจากนี้ยังได้มีการออกร้านแสดงสินค้าหัตถกรรมท้องถิ่น 

        

   

รายละเอียดกำหนดการจัดงานประเพณีนบพระ-เล่นเพลง และงานกาชาดจังหวัดกำแพงเพชร ประจำปี 2553
ระหว่างวันที่ 27 กุมภาพันธ์ – 8 มีนาคม 2553
ณ สนามหน้าเมืองอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร อำเภอเมืองกำแพงเพชร จังหวัดกำแพงเพชร
******************************************************************

- การแสดงโขน รามเกียรติ์ ตอน ถวายลิง จากวิทยาลัยนาฏศิลปสุโขทัย นำโดยศิลปินรับเชิญ ครูปราสาท ทองอร่าม ( ครูมืด )      
   วันที่  26 กุมภาพันธ์ 2553 
- การแสดงวงดนตรีร่วมสมัย จาก วิทยาลัยนาฏศิลปสุโขทัย วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2553
- การแสดงลิเกฮูลู จากจังหวัดปัตตานี ปะทะ ลิเกไทย คณะโนรี กรุทอง  วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2553
- การแสดงนาฏยศาลาหุ่นละครเล็ก-โจหลุยส์ วันที่ 1 มีนาคม 2553
- การแสดงแสง สี เสียง อันตระการตาในชื่อชุด "ใต้ร่มพระบารมี เทิดวงค์จักรีนฤบดินทร์" บริเวณวัดพระแก้ว อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร ระหว่างวันที่ 26 กุมภาพันธ์ – 1 มีนาคม 2553  เวลา 20.00 น.

นอกจากนี้ ททท.ได้จัดโครงการ "การท่องเที่ยวอย่างรู้คุณค่า รู้รักษาเมืองเหนือ" ภายใต้ชื่องาน Northern Heritage travel  mart  ในระหว่างวันที่ 27 กุมภาพันธ์ – 1 มีนาคม 2553 ควบคู่ไปกับงานประเพณีนบพระ เล่นเพลง เพื่อรณรงค์ให้เกิดการท่องเที่ยวอย่างรู้คุณค่า รู้รักษาแหล่งท่องเที่ยวและวัฒนธรรมของภาคเหนือ สร้างการรับรู้เกี่ยวกับแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรมในภูมิภาคภาคเหนือ และเพื่อส่งเสริมตลาดการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม โดยได้เชิญผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว, สื่อมวลชนจากส่วนกลางและภูมิภาคภาคเหนือ ได้มีโอกาสพบปะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและข้อมูลทางการท่องเที่ยวระหว่างกัน และได้สำรวจแหล่งท่องเที่ยว กิจกรรมท่องเที่ยว ของจังหวัดกำแพงเพชร รวมถึงการเข้าร่วมชมงานประเพณีนบพระ เล่นเพลง ในครั้งนี้ด้วย

ข้อมูลจาก เว็บไซต์: การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

วันจันทร์ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2553

มหกรรมแข่งขันนกเขาชวาเสียงอาเซียน ครั้งที่ 24

มหกรรมการแข่งขันนี้จัดขึ้นที่ จังหวัดยะลาโดย มีการจัดแข่งขันนกเขาชวาเสียง และนกกรงหัวจุกอาเซียน โดยการจัดงานครั้งนี้ตั้งเป้าว่าจะมีนกเข้ามาร่วมในการแข่งขันมากที่สุดในโก โดยจะจัดขึ้นระหหว่างวันที่ 7-8 มีนาคม 2553 ที่จะถึงนี่เอง ณ พื้นที่บริเวณสนามสวนขวัญเมือง โดยมีเทศบาลนครยะลา และ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยป็นแม่งาน โดยมีจุดประสงค์เพื่อเป็นการ อนุรักษ์ และสืบสานการเลี้ยง นกเขาชวา และนกกรงหัวจุก นอกจากนั้นยังเป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยวของจังหวัดยะลาอีกด้วย ยังไง สำหรับผู้ที่สนใจก็สามารถไปร่วมงานได้นะครับ เพราะงานคราวนี้ทางจังหวัดมั่นใจว่าจะมีนกเข้าร่วมมากกว่า 6,000 ตัว
 
 

 

วันพุธที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

งานบุญผะเหวดร้อยเอ็ด

 
งานบุญผะเหวดร้อยเอ็ด

วันที่ 5 – 7  มีนาคม 2553 
ณ บึงพลาญชัย สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ จังหวัดร้อยเอ็ด  
    
บุญผะเหวด
หรือ บุญมหาชาติ เป็นชาดกเกี่ยวกับพระพุทธเจ้า ครั้งเสวยชาติเป็นพระเวสสันดรได้บำเพ็ญทาน นิยมทำบุญในช่วงเดือนสี่ ชาวบ้านจึงนิยมเรียก "บุญเดือนสี่" จังหวัดร้อยเอ็ดจัดเป็นงานเทศกาลใหญ่ประจำจังหวัด และเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว จัดในช่วงต้นเดือนมีนาคมเป็นประจำทุกปี เริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ.2534 จนถึงปัจจุบัน โดยขอความร่วมมือให้อำเภอและหน่วยงานต่าง ๆ จัดขบวนตามเนื้อหาของเรื่อง นับเป็นบุญมหาทานที่ยิ่งใหญ่ของชาวจังหวัดร้อยเอ็ด ถือว่าได้อานิสงส์มาก วันแรกของงานมีขบวนแห่พระเวสสันดรเข้าเมือง จัดขบวนแห่แบ่งเป็น 13 กัณฑ์ วันที่ 2 ของงานเป็นวันฟังเทศน์และแห่กัณฑ์หลอน เป็นงานศูนย์รวมจิตใจของชาวร้อยเอ็ดอย่างดียิ่ง

กิจกรรม
วันศุกร์ที่ 5 มี.ค.53
  มีพิธีอัญเชิญพระอุปคุตพระราชทานแห่รอบเมือง และการแสดงแสง สี เสียง
วันเสาร์ที่  6 มี.ค. 53  จะเป็นพิธีเปิดงาน  ชมขบวนแห่ตามตำนานพระเวสสันดรชาดก (ขบวนแห่ 12 กัณฑ์) กิจกรรมประกวดต่างๆ  พิธีทักษิณานุประทานและการเทศน์มาลัยหมื่น มาลัยแสน  
วันอาทิตย์ที่ 7 มี.ค. 53 ประกอบด้วยพิธีแห่ข้าวพันก้อน เทศน์สังกาด  พิธีทำบุญตักบาตร  รับฟังการเทศน์มหาชาติ  การแห่กัณฑ์จอบกัณฑ์หลอนตลอดทั้งวัน ขณะเดียวกันจะมีบริการข้าวปุ้น หรือขนมจีนน้ำยาชนิดต่างๆ  ให้รับประทานฟรี ทั้งในบริเวณงานและ ตามบ้านและร้านค้าต่างๆ ทั่วเมืองร้อยเอ็ด   จุดเด่นของงานในวันนี้  จะอยู่ที่ขบวนแห่ ต้นเงิน กัณฑ์จอบ กัณฑ์หลอน ของมหาชนจากทั่วสารทิศ ทั้งชาวไทยและชาวต่างประ เทศ เพื่อถวายแด่พระภิกษุสงฆ์ ตั้งแต่เช้า จรดค่ำ ด้วยบรรยากาศที่สนุกสนานและอบอุ่น  

นอกจากนี้ท่านสามารถเที่ยวชมแหล่งท่องเที่ยวในตัวเมืองร้อยเอ็ดได้ อาทิ  พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติร้อยเอ็ด  สถานแสดงพันธ์สัตว์น้ำ  และวัดบูรพาภิราม(วัดหลวงพ่อใหญ่) หรือเลือกซื้อของฝากของที่ระลึกที่ขึ้นชื่อ คือ ข้าวหอมมะลิ และผ้าไหม

สอบถามรายละเอียด
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดร้อยเอ็ด 0 4351 5374 
ททท.สำนักงานขอนแก่น 0 4324 4498-9

ข้อมูลโดย เว็บไซต์การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

 

 


 

วันอังคารที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

มหกรรมอาหารทะเลพื้นบ้านเมืองตราด ครั้งที่ 8

สำหรับงานนี้จะจัดขึ้นที่บริเวณ กระโจมไฟเกาะปู บ้านแหลมหิน ต.หนองคันทรง อ.เมือง จ.ตราด เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์แก่นักท่องเที่ยว และชาวจังหวัดตราด เกี่ยวกับอาการทะเลพื้นบ้านสถานที่ท่องเที่ยวและพักผ่อนหย่อนใจ อีกแห่งหนึ่งของจังหวัดตราด เพื่อให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างขึ้นสำหรับนักท่องเที่ยวที่ไปร่วมงานนี้จะได้พบกับการจำหน่ายอาหารทะเล พร้อมด้วยบริการปรุงสำเร็จจากกลุ่มแม่ครัวพื้นบ้านหนองคันธง ร้านจำหน่ายอาหารทะเลสด,แห้ง ผลไม้ตามฤดูกาล การจำหน่ายสินค้าทีผลิตจากชุมชน รวมไปถึงการแสดงพื้นบ้าน และจากวงดนตรีต่างๆให้ผู้ร่วมงานได้ชมกันอีกด้วย โดยแม่งานในการจัดงานครั้งนี้คือ องค์การบริหารส่วนตำบลหนองคันทรง สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดตราด สำนักงานสาธารณสุขอำเภอและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้ามามีส่วนร่วมในการจังานครั้งนี้
งานนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 26 กุมภาพันธ์ - 1 มีนาคม 2553 นี้

วันจันทร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

มหกรรมวัฒนธรรม สองฝั่งเจ้าพระยา ใต้ฟ้าเมืองนนท์

เริ่มต้นกันที่ มหกรรมวัฒนธรรม สองฝั่งเจ้าพระยา ใต้ฟ้าเมืองนนท์ เป็นสถานที่แรกที่ขอแนะนำ ซึ่งจะจัดขึ้นที่บริเวณอุทยานกาญจนาภิเษก จ.นนทบุรี โดยจะมีการจัดงานในบรรยากาศย้อยยุค โดยมีการแบ่งพื้นที่ออกเป็นยุคต่างๆ นับตั้งแต่ กรุงศรีอยุธยา ยุคกรุงธนบุรี จนถึงยุคปัจจุบัน นั่นคือยุครัตนโกสินทร์นั่นเอง ซึ่งเป็นโอกาสที่ดีที่นักท่องเที่ยวที่มาร่วมงานจะได้มีโอกาสสัมผัสกับภาพชีวิตของคนในยุคต่างๆ ว่ามีความเหมือน ความแตกต่างของวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณี ในแต่ละยุคสมัยอย่างไร นอกจากนั้นยังมีการแสดงแสง สีเสียง เกี่ยวกับประวัติศาสสตร์นนทบุรี การจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ การออกร้านขายของดีเมืองนนท์ ตลาดน้ำจำลอง และอื่นๆอีกมากมายที่นักท่องเที่ยวสามารถหาความรื่นรมย์ได้จากบรรยากาศภายในงาน และนับว่าเป็นโอกาสที่ดีหากผู้ปกครอง จะนำบุตรหลานเข้าไปสัมผัสความเป็นมาของไทย เพื่อเป็นการปลูกจิตสำนึกเกี่ยวกับศิลปะ วัฒนธรรมอีกทางหนึ่งอีกด้วย ย้ำอีกครั้ง นิทรรศการนี้จะจัดขึ้นในช่วง ปลายเดือน มีนาคม ไปจนถึง ต้นเดือนเมษายน ส่วนวันเวลาที่แน่นอนถ้าทราบแล้วจะมาป่าวประกาศให้ทราบกันอีกที
 

ท่องเที่ยวทั่วไทย เดือน มีนาคม 2553

ย่างเข้าสู่เดือนมีนาคมแล้วนะครับ นักท่องเที่ยวหลายคนอาจจะยังนึกไม่ออกว่าจะวางแผนไปเที่ยวที่ไหนดี ดังนั้นวันนี้ Smilegide-Thailand เลยถือโอกาส นำปฎิทินท่องเที่ยวเดือนมีนาคมมาแนะนำ เผื่อใครสนใจหรืออาจจะนำไปเป็นข้อมูล ในการจัดทริปเล่นๆ ในช่วงเดือนมีนาคมที่จะมาถึง ซึ่งในส่วนนี้ก็มีสถานที่แนะนำท่านทุกภาค ตามแต่ท่านจะสะดวกพาครอบครัว หรือคนใกล้ชิดไปท่องเที่ยวกัน ส่วนรายละเอียดก็จะค่อยๆนำเสนอในโอกาสต่อไปครับ
 
1. มหกรรมอาหารทะเลพื้นบ้านเมืองตราด ครั้งที่8 อ.เมือง จ.ตราด 26ก.พ.-1มี.ค. 53
2. ประเพณีงานไห้วศาลเจ้าพระยางำเมือง จ.พะเยา 5 มี.ค.53
3. งานบุญผะเหวต จ.ร้อยเอ็ด 5-7 มี.ค.53
4. มหกรรมการแข่งขันนกกรงหัวจุก-นกเขาชวาอาเซียน จ.ยะลา 7-8 มี.ค.53
5. งานบวงสรวงอนุสาวรีย์ปราบฮ่อและกาชาด จ.หนองคาย 5-15 มี.ค.53
6. ประเพณีตรุษไทย อ.ภูผาม่าน จ.ขอนแก่น 10-15 มี.ค.53
7. เทศกาลล่องเรือแลนกทะเลน้อย อ.ควนขนุน จ.พัทลุง 15 มี.ค.-15 เม.ย. 53
8. งานมหกรรมอาหารดี-ศรีตรังบาน จ.ตรัง 21-30 มีค.53
9. งานวันตราดรำลึก จ.ตราด 23 มี.ค.53
10. งานประเพณีฉลองชัยชนะท้าวสุรนารี(ย่าโม) จ.นครราชสีมา 23 มี.ค.-3 เม.ย.53
11. งานแห่หลวงพ่อสามพี่น้อง อ.ศรีสำโรง จ.สุโขทัย 24-26 มี.ค.53
12. งานนมัสการหลวงพ่อชำนิจ อ.ชำนิ จ.บุรีรัมย์ 25 มี.ค.53
13. งานมหกรรมอาหารเมืองคอนฟู๊ดแฟร์ 53 จ.นครศรีธรรมราช 25-31 มี.ค.53
14. ประเพณีบุญข้าวจี่ ต.กุดดินจี่ จ.อุดรธานี 28-30 มี.ค.53
15. ประเพณีเหยียบหลังกะเหรี่ยง อ.วัดเพลง จ.ราชบุรี 30 มี.ค.53
16. ประเพณีสรงกู่คันธนาม อ.โพนทราย จ.ร้อยเอ็ด 30 มี.ค.53
17. งานศิวะราตรีปูชะนียาลัยปราสาทเปือยน้อย อ.เปือยน้อย จ.ขอนแก่น 30 มี.ค.53
18. ประเพณีบุญสรงกู่ 1000 ปี อ.ธวัชบุรี จ.ร้อยเอ็ด 30 มี.ค-7 เม.ย.53
19. ประเพณีปอยส่างลอง จ.แม่ฮ่องสอน 31 มี.ค-3 เม.ย.53
20. แซงสนาม ความเชื่อในวิถีไทยโส้ อ.โพนสวรรค์ จ. นครพนม เดือน มี.ค.53
21. งานอาซูรอสัมพันธ์ อ.ยี่งอ จ.นราธิวาส เดือน มี.ค.53
22. มหกรรมวัฒนธรรม สองฝั่งเจ้าพระยา ใต้ฟ้าเมืองนนท์ ปลายเดือน มี.ค.-ต้นเดือน เม.ย.53
ขอให้สนุกกับทุกการท่องเที่ยวครับ
 
ถ้าไทยไม่เที่ยวไทย แล้วใครจะเที่ยวไทย(ว่าไปนั่น)

วันพฤหัสบดีที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

อุทยานแห่งชาติเขาคิชกูฏ


อุทยานแห่งชาติเขาคิชกูฏ เป็นอีกอุทยานแห่งชาติอีกแห่งหนึ่งที่นักท่องเที่ยวรู้จักกันเป็นอย่างดีในแง่ของการเดินทางเพื่อไปนมัสการรอยพระพุทธบาท หรือที่หลายคนเรียก เขาพระบาท นั่นเอง ตั้งอยู่ที่ อ.มะขาม กิ่งอ.เขาคิชกูฏ จังหวัดจันทบุรี มีลักษณะเป็นภูเขามีป่าที่สมบูรณ์ ซึ่งเป็นป่าที่มีความชื้นเกือบตลอดทั้งปี มีลักษณะป่าส่วนใหญ่เป็นป่าดิบชื้นเกือบทั้งอุทยานแห่งชาติ และจะมีส่วนที่อยู่ในพื้นทีสูงขึ้นมาเป็นป่าดิบเขา ส่วนในด้านของสัตว์ป่านั้น เนื่องจากด้วยสภาพป่าที่มีความสมบูรณ์สูง และสภาพพื้นที่เป็นภูเขาสูงชัน ทำให้ยังมีสัตว์ป่าอาศัยอยู่หลายชิด เช่น หมีควาย เก้ง กระทิง ช้าง อีเห็น งูหลาม และอื่นๆ อีกเป็นจำนวนมาก มีพื้นที่ประมาณ 36,444 ไร่
และสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางไปนมัสการรอยพระพุทธบาท ก็ขอให้ตรวจสอบวันเปิดอุทยานด้วยเนื่องจากจะมีกำหนดการ เปิด-ปิด เป็นช่วงเวลาประมาณ 3 เดือน ซึ่งแต่ละปีจะไม่เหมือนกัน ส่วนการเตรียมตัวสำหรับการเดินทางขึ้นไปนมัสการขอแนะนำเป็นรองเท้าผ้าใบ และชุดที่สวมใส่สบายแต่ไม่ลุ่มล่าม เพื่อความสะดวกในการเดินขึ้นเขา เพราะรถยนต์ไม่สามารถเดินทางถึงจุดนมัสการพระพุทธบาทได้ ต้องเดินเท้าขึ้นเขาประมาณ5-6 กิโลเมตร ซึ่งระหว่างทางก็มีจุดที่พักสำหรับนักท่องเที่ยว เพื่อให้พักให้หายเหนื่อยเป็นจุดๆ เรื่อยๆครับ
ลักษณะภูมิอากาศ ช่วงหน้าหนาวจะมีอากาศหนาวเย็น ส่วนช่วงหน้าฝนจะมีฝนตกชุกมากเช่นกัน แต่ในหนาร้อนจะมีอากาศไม่ร้อนมากนัก
การเดินทาง จากกรุงเทพ ไปตามถนน บางนา-ตราด เลี้ยวซ้ายตรงแยกเขาไร่ยา ขับไปจนเจอป้ายเข้าอุทยานแห่งชาติ ใช้เวลาประมาณ 3ชั่วโมง ครึ่ง ครับ
นักท่องที่ยวที่สนใจข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อได้ที่ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพืชพันธ์ ทั่วประเทศ

วันพุธที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

อุทยานแห่งชาติผาแต้ม


อุทยานแห่งชาติผาแต้ม

อุทยานแห่งชาติที่ต่อมาที่จะทำการแนะนำแก่นักท่องเที่ยวที่สนใจในด้านธรรมชาติ นั่นคือ อุทยานแห่งชาติผาแต้ม จังหวัดอุบลราชธานี มีที่ตั้งอยู่ในเขตอำเภอโขงเจียม อำเภอโพธิ์ไทร และเภอศรีเมืองใหม่ เป็นที่รู้จักกันในหมู่นักท่องเที่ยวในด้านของภาพเขียนก่อนประวัติศาสตร์อายุกว่า 3,000 ปี บนหน้าผา ระยะทางการเดินชมภาพเขียนก่อนประวัติศาสตร์ประมาณ 500 เมตร ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นภาพวาดเกี่ยวกับการดำรงชีวิต หรือวัสดุอุปกรณ์ที่มีใช้ในยุคสมัยนั้น และเมื่อมองไปยังฝั่งตรงกันข้าม จะสามารถมองเห็นประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวได้ และยังมีจุดน่าสนใจคือนักท่องเที่ยวที่อยากเห็นแสงแรกของแต่ละปีก่อนใครสามารถ มากางเตนท์นอนรอดูพระอทิตย์ขึ้นได้ที่อุทยานแห่งชาติเช่นกัน จะเป็นจุดที่เห็นพระอาทิตย์ได้ก่อนใครในประเทศ
ลักษณะโดยทั่วไป มีทั้งเป็นป่าเบญจพรรณ และ เป็นลานหิน มีพื้นที่ประมาณ 140 ตารางเมตร แต่ก็มีต้นไม้ขึ้นอยูตามลานหินบ้าง รวมไปถึงพืชพันธ์ดอกไม้ที่สามารถขึ้นตามลานหินได้ ส่วนสัตว์ที่พบจะเป็นสัตว์ป่าขนาดเล็กเป็นส่วนใหญ่ จำพวก อีเห็น สุนัขจิ้งจอก กระต่ายป่า ชะมด หมูป่า และสัตว์ชนิดอื่นๆอีกมากมาย
ในส่วนของที่พักของทางอุทยานแห่งชาติ ได้มีเตรียมไว้รองรับนักท่องเที่ยวทั้งในรูปแบบของบ้านพัก และพื้นที่สำหรับกางเตนท์ รวมไปถึงพื้นที่จัดกิจกรรมสำหรับการออกค่ายต่างๆ ซึ่งก็สามารถติดต่อที่เจ้าหน้าที่ของอุทยานแห่งชาติได้เช่นกัน
ลักษณะภูมิอากาศ ค่อนข้างเป็นตรงตามชื่อฤดูกาล ฤดูร้อนจะร้อนมาก ฤดูฝนจะมีฝนตกหนัก ส่วนฤดูหนาวก็จะหนาวจัดเช่นกัน
การเดินทาง ออกจากตัวจังหวัดอุบลราชธานี ไปอำเภอวารินชำราบ อำเภอพิบูลมังสาหาร อำเภอโขงเจียม ระยะทางประมาณ110 กิโลเมตร


วันอังคารที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

อุทยานแห่งชาติภูจองนายอย

หลังจากแนะนำกิจกรรมท่องเที่ยวดีๆจาก กรมอุทยานแห่งชาติไปแล้ว ก็ขอแนะนำอุทยานแห่งชาติเลยแล้วกัน เริ่มจากที่ที่ผมเคยไปมาบ่อยที่สุด 4 ครั้ง นั่นคือ อุทยานแห่งชาติภูจอง-นายอย ตั้งอยู่ที่จังหวัดอุบลราชธานี คาบเกี่ยว2อำเภอ คือ อำเภอนาจะหลวย และอำเภอบุณฑริก ขอเข้าสู่ที่มาของชื่อ อุทยานก่อนแล้วกัน เนื่องมาจากบริเวณอุทยานแห่งชาติมีต้นจอง(ภาคกลางเรียกต้นสำรองนั่นเอง)อยู่เป็นจำนวนมากจึงเป็นที่มาของคำว่า ภูจอง ส่วนนายอยนั้นก็มาจากลักษณะของน้ำที่หยดตามบริเวณหินผาตามอุทยานแรกเริ่มเดิมทีเรียกน้ำย้อย แล้วก็เพี้ยนกันมาเรื่อยๆจนเป็น นายอย นั่นเอง ซึ่งอุทยานแห่งชาติแห่งนี้ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีความสำคัญทางนิเวศน์วิทยาไม่น้อยเลยทีเดียว เนื่องจาก เป็นสถานที่ที่มีสภาพป่าค่อนข้างสมบูรณ์ มีภูเขาเล็กภูเขาน้อยต่างๆมากมาย ทำให้เป็นแหล่งกำเนิดแหล่งงน้ำที่เป็นที่มาของลำห้วยในบริเวณนั้นมากมาย และยังมีสัตว์ป่าอาศัยอยู่ค่อนข้างมาก(อันนี้ยืนยันเคยเดินป่าแล้วเจอฝูงลิง แต่มีเจ้าหน้าที่ไปด้วย) มีเนื้อที่ 428,750 ไร่ โดยประมาณ
ในส่วนของที่พักทางอุทยานได้จัดเตรียมบริเวณที่พักไว้รองรับนักท่องเที่ยว ทั้งลักษณะบ้านพักของอุทยาน สถานที่กางเต็นท์ และมีร้านค้าของทางอุทยานแห่งชาติไว้รองรับนักท่องเที่ยว และยังมีเจ้าหน้าที่คอยบริการสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบการเดินป่า ล่องแก่ง ล่องแพ และการเดินป่า เพื่อศึกษาเส้นทางธรรมชาติ ต่างๆ ซึ่งสามารถติดต่อที่ศูนย์ประสานงานของอุทยานได้เลย  
ในอุทยานยังมีน้ำตกที่สำคัญ ชื่อน้ำตกห้วยหลวง(น้ำตกบักเตว) มีความสูง 45 เมตร และอยู่ห่างจากบริเวณอุทยาณประมาณ 1 กิโลเมตรเท่านั้น ซึ่งเป็นบริเวณที่นักท่องเที่ยวที่มาที่อุทยานส่วนใหญ่ต้องมาสัมผัส
 
สภาพอากาศ โดยปกติมีสภาพอากาศที่เย็นสบายเกือบตลอดทั้งปี โดยเฉพาะฤดูหนาวจะมีอากาศเย็นมาก
 
การเดินทาง ออกจากตัวจังหวัดอุบลราชธานี ไปตามถนนวารินชำราบ ผ่านเดชอุดม น้ำยืน และนาจะหลวย ประมาณ 120 กิโลเมตร สามารถเดินทางได้โดยรถยนต์ส่วนตัว
 
 
 
เราจะไม่ทิ้งอะไรไว้ นอกจากรอยเท้า เราจะไม่เก็บอะไรไป นอกจากภาพถ่าย

ท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติ ราคาพิเศษ

ท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติ
มีโครงการดีๆจากกรมอุทยาแห่งชาติมาแบ่งปัน สำหรับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบ หรือมีความสนใจอยากลองสัมผัสบรรยากาศ สบายๆ กับการได้ใกล้ชิดอย่างเต็มอิ่ม โดยโครงการนี้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้มีประกาศลดอัตราค่าบริการที่พักสำหรับนักท่องเที่ยวลง 30% ในวันจันทร์ ถึง วันพฤหัสบดี (ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์) โดยเริ่มโครงการ ตั้งแต่วันที่ 15 กุมภาพันธ์ ไปจนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง ส่วนรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถเข้าไปดูข้อมูลที่ http://www.dnp.go.th หรือที่ศูนย์การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยได้ทุกที่ครับ
 
 
 
 
 

 
 

วันจันทร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

เชิญท่องเที่ยวงานกาชาด อ่าวประจวบ


ท่องเที่ยวงานกาชาดจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ งานกาชาดจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีกำหนดการจัดระหว่างวันที่ 12-21 กุมภาพันธ์ 2553 นี้ ซึ่งจะจัดงานขึ้นที่ สวนเฉลิมพระเกียรติ ชายหาดอ่าวประจวบ กับชื่องาน "ท่องเที่ยวประจวบคีรีขันธ์ มหัศจรรย์เมืองสามอ่าว และงานกาชาด ปี 2553" ซึ่งการจัดงานในครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อเป็นการประกาศ ถึงความพร้อมในการต้อนรับนักท่องเที่ยวที่จะมาเยือนจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อพัฒนาและเผยแพร่ให้จังหวัดประจวบเป็นที่รู้จักแพร่หลายในมุมที่กว้างขึ้น โดยตลอดทั้ง 10 วัน จะมีการจัดกิจกรรมขายสินค้า โอทอปจากอำเภอต่างๆให้กับนักท่องเที่ยว และยังมีการจัดการแสดงต่างๆ การประกวดร้องเพลง ประกวดสาวงามจากแต่ละอำเภอ การออกรางวัล สลากกาชาด เพื่อเป็นการต้อนรับนักท่องเที่ยวที่สนใจเข้าร่วมงาน ซึ่งนอกจากจะได้มีโอกาสท่องเที่ยวแล้วยังถือโอกาสร่วมกับกาชาดไทยอีกด้วย

วันศุกร์ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

ชลบุรี ศูนย์รวมแหล่งท่องเที่ยว ภาค 1

ชลบุรีชื่อจังหวัดที่หลายคนคุ้นเคยเป็นอย่างดี เนื่องจากเป็นทะเลที่อยู่ใกล้เมืองหลวงของไทยค่อนข้างมาก ใช้เวลาในการเดินทางไม่เกิน 2ชั่วโมง จากกรุงเทพมหานคร และมีสถานที่ท่องเที่ยวหลายรูปแบบที่ท่านต้องการ ไล่ตั้งแต่ท้องทะเล ชายหาด ที่เป็นจุดขายที่นักท่องเที่ยวรู้จักเป็นอย่างดี พิพิธพันฑ์สัตว์น้ำที่น่าสนใจ สวนสัตว์เขาเขียว เครื่องเล่น X-treme ต่างๆ ไปจนถึงตลาดน้ำ และแหล่งท่องเที่ยวยามค่ำคืน

มาถึงตรงนี้แล้วก็ขอแนนำแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจเลยแล้วกันนะครับ

บางแสน ทะเลที่ใครๆก็รู้จัก ไม่รู้ว่าจะป็นคำกล่าวเกินจริงไปรึเปล่า มีชายหาดที่ท่านสามารถมาพักผ่อนกันได้ทั้งครอบครัว บริเวณชายหาด มีเก้าอี้ผ้าใบ และอาหารเครื่องดื่มไว้คอยบริการนักท่องเที่ยวอย่างครบครัน และบริเวณถนนเลียบชายหาด ก็มีห้องพัก บังกะโล และโรงแรม ไว้คอยบริการ ราคาก็เริ่มตั้งแต่ ประมาณ300 บาทขึ้นไปจนถึงหลายพัน ส่วนวันเสาร์-อาทิตย์บางแห่งก็มีราคาเพิ่มขึ้นอีกนิดหน่อย และบริเวนต่อจากชายหาดบางแสนยังมีหาดวรณภา และอีกด้านหนึ่งก็เป็นแหลมแท่น ซึ่งส่วนของแหลมแท่นก็จะเป็นสถานที่นัดพบในช่วงเย็นๆ ไปจนถึงดึกๆ ของผู้ที่มาท่องเที่ยวเลยทีเดียว โดยเฉพาะ วันศุกร์ และวันเสาร์บริเวณแหลมแท่นจะมีตลาดนัด "บางแสนวอล์คกิ้งสตรีท" มีของแปลกๆ ให้นักท่องเที่ยวสามารถสรรหาเป็นของฝากอีกมากมาย

เกาะลอย อีกสถานที่หนึ่ง ที่นักท่องเที่ยวที่ต้องการไหว้พระ สักการะเจ้าแม่กวนอิม นิยมมากัน และเกาะลอยยังเป็นท่าเรือที่สามารถนั่งเรือข้ามไปยังเกาะสีชังอีกด้วย ส่วนของเกาะลอย จะมีเจ้าแม่กวนอิมองค์ใหญ่สีขาว ที่ผู้ที่เคารพนับถือหากมีโอกาสเดินทางผ่านมามักจะแวะเข้ามาสักการะบูชา ขอพรต่างๆ ซึ่งในส่วนของเกาะลอยก็ได้มีอุปกรณ์ ต่างๆในการไหว้ สักการะไว้บริการเพื่ออำนวยความสะดวกนักท่องเที่ยวอีกด้วย

สวนสัตว์เขาเขียว สวนสัตว์ขนาดใหญ่อีกแห่งนึงของประเทศไทย มีทั้งสัตว์ที่มีถิ่นกำเนิดในประทศไทยและละแวกใกล้เคียง ไปจนถึงสัตว์ป่าจากต่างทวีป ซึ่งอาณาบริเวณที่กว้างมากจึงมีรถกอล์ฟไฟฟ้าไว้ให้บริการเช่าเพื่อขับชมสัตว์ภายในบริเวณสวนสัตว์ นอกจากนั้นเขาเขียวยังเปิดบริการในเวลากลางคืนอีกด้วยในลักษณะ ของ Night safari โดยจะมีรถพ่วงสำหรับชมสัตว์ยามค่ำคืน พร้อมทั้งวิทยากรคอยให้ความรู้ และดูแลในด้านความปลอดภัยให้แก่นักท่องเที่ยวอีกด้วย ซึ่งถือเป็นแหล่งที่น่าสนใจและน่าเรียนรู้โดยฉพาะเด็กๆที่เหมือนการเปิดโลกอีกมุมหนึ่งให้เขาได้เรียนรู้ไปพร้อมกับการท่องเที่ยวอีกด้วย

ตลาดน้ำสี่ภาคพัทยา ตลาดน้ำเปิดใหม่ที่เปิดได้ยังไม่นานนัก แต่เริ่มเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวอย่างรวดเร็ว ด้วยที่เป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีทั้งทะเลพัทยา และหาดจอมเทียนอยู่แล้วทำให้นักท่องเที่ยวที่มีโอกาสผ่านมามักจะแวะชมอีกมุมหนึ่งของพัทยา ซึ่งจะได้สัมผัสบรรยากาสของตลาดน้ำ มีอาหารการกินแบบดั้งเดิม นั่งเรือชบรรยากาศ โดยเฉพาะผู้ที่ชื่นชอบการถ่ายภาพ ที่ไม่ควรปล่อยให้โอกาสหลุดลอยไป โดยการเดินทางก็ไม่ลำบากครับ เพราะเดินทางออกจากตัวพัทยาไปตามถนนพัทยา-สัตหีบไม่เกิน15 นาที ก็ถึงแล้ว

สวนนงนุช หลายคนอาจเคยได้ยินชื่อบ้างแล้ว ส่วนใครยังไม่เคยก็ขอแนะนำเลยแล้วกัน เป็นสวนที่จัดให้นักท่องเที่ยวได้เข้ามาเยี่ยมชม และพักผ่อนกัน เหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย โดยมีการจัดสวน ในรูปแบบต่างๆให้ท่านได้เลือกถ่ายรูปกันอย่างสะบายใจ ทั้ง สวนดอกไม้แบบต่างๆ สวนหินที่จัดได้สวยงามแปลกตา หรือลานต่างๆที่ให้ท่านเลือกตามอัธยาศัย อีกทั้งยังมีโชว์การแสดงของช้างให้ได้ชมกัน ถ้าใครมีเวลาลองเข้าไปสัมผัสซักครั้ง แล้วอาจจะติดใจ ซึ่งมีค่าผ่านประตู 100 บาท ส่วนผู้ที่ต้องการชมการแสดงของช้างเสียค่าผ่านประตู 200 บาทครับ


วันพฤหัสบดีที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

การท่องเที่ยวกับวันแห่งความรัก

การท่องเที่ยวกับวันแห่งความรัก 
จะว่าไปแล้วขอเกาะกระแสวันแห่งความรักหน่อยครับ สำหรับวันวาเลนไทน์ในปีนี้ซึ่งบังเอิ๊ญบังเอิญมาตรงเข้ากับวันตรุษจีนเข้าอย่างจัง และเท่านั้นยังไม่พอยังไปตรงกับวัน เสาร์-อาทิตย์เข้าอย่างจังอีกด้วย เพราะฉะนั้น นักท่องเที่ยวทั้งหลายคงไม่ปล่อยโอกาสที่จะตระเวณหาที่เที่ยว ไม่ว่าจะเป็นกับแฟน กับครอบครัวหรือกับใครก็ตามที่เรารัก ซึ่งก็น่าจะเป็นการชาร์ตไฟให้กับชีวิตเพื่อสู้กันในวันต่อๆไปไม่น้อย ครั้งนี้เลยขอมาแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจในช่วงวันแห่งความรักเลยแล้วกัน

       ปาย ขอเริ่มที่นี่เป็นที่แรกเลยแล้วกันนะครับ กับปาย สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมที่ใครไปแล้วกลับมาก็มีเรื่องไว้โม้ให้คนอื่นฟังได้อีกนาน กับ " เทศกาลปาย..รักสุดขอบฟ้า ปี2 " ซึ่งเทศกาลนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 13-15 กุมภาพันธ์ ซึ่งมีแม่งานคือ ททท.แม่ฮ่องสอน ชมรมท่องเที่ยวปายและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมมือกัน จัดงานนี้ขึ้นเพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวที่สนใจร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ เทศกาลปาย..รักสุดขอบฟ้า ปี2 ในครั้งนี้ โดยกิจกรรมที่มีในครั้งนี้สำหรับคู่บ่าวสาวจะมีการจัดพิธีแต่งงานในแบบล้านนา และจดทะเบียนสมรสท่ามกลางบรรยากาศสุดแสนโรแมนติก ซึ่งผู้ที่สนใจสามารถติดต่อได้ที่ ททท.แม่ฮ่องสอน และชมรมท่องเที่ยวปาย  ได้โดยตรง งานนี้ก็แล้แต่นักท่องเที่ยวครับว่าจะเป็นคูบ่าวสาว หรือจะเป็นผู้ร่วมงาน

         เกาะเสม็ด ขึ้นเขากันมาแล้วคราวนี้มาทางทะเลกันบ้าง กับ เทศกาลดนตรีครั้งใหญ่ซึ่งนับได้ว่าเป็นครั้งแรกที่จัดงานนี้ขึ้นเป็นครั้งแรก บริเวณหาดทรายแก้ว กับ "Samed in Love" ซึ่งดูจากชื่อก็คงพอจะทราบกันแล้วว่าจัดขึ้นเพื่อเทศกาลนี้โดยเฉพาะ โดยมีคอนเซปต์ Samed in Love…Love Us, Love Earth (เพราะโลกนี้ไม่ได้มีแค่เรา) ซึ่งก็ร่วมสมัยไปกับยุคโลกร้อนได้เป็นอย่างดี โดยมีแนวคิดให้คู่รักเห็นความสำคัญของการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมไปด้วย ยังไงฝากคนที่มีโอกาสได้ไปท่องเที่ยวและร่วมอนุรักษ์ สิ่งแวดล้อมตามคอนเซปต์ด้วยแล้วกัน ลืมไป สำหรับศิลปินที่จะมาร่วมให้ความสุข เช่น โจอี้บอย โป้ โยคีเพลย์บอย เครสเซนโด้  สวีทนุช  เบน ชลาทิศ ฯลฯ

 

สถานที่ท่องเที่ยวแนะนำที่ปากช่อง

อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ -สถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งที่คนส่วนใหญ่รู้จักกันเป็นอย่างดีซึ่งมีพื้นที่กินอาณาบริเวณ 4จังหวัด คือ นครราชสีมา นครนายก สระบุรี และปราจีนบุรี อยู่ห่างจากตัวโคราชประมาณ 110 กม. ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติอีก ที่หนึ่งที่เหมาะสำหรับการพักผ่อนในวันหยุดกับครอบครัว อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ มีอุณหภูมิเฉลี่ย ตลอดปี อยู่ที่ประมาณ 23-25 องศาเซลเซียส ยังมีความสมบูรณื ของสภาพป่าที่ค่อนข้าสูง ทำให้ยังมีสัตว์ป่าอาศัยอยู่หลากหลายชนิดทั้งหมีควาย ช้างป่า เก้ง กระทิง รวมไปถึงนกเงือก และนกอื่นๆอีกมากมาย ซึ่งในส่วนของอุทยานยังมีการจัดกิจกรรมส่องสัตว์ตอนกลางคืนไว้บริการนักท่องที่ยวด้วย แต่ในส่วนของรายละเอียดต่างๆสามารถติดต่อได้ที่ส่วนบริการของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ได้โดยตรง

วัดเทพพิทักษ์ปุณณาราม -กราบนมัสการพระพุทธสกลสีมามงคล ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางสมาธิสีขาวองค์ใหญ่สามารถมองเห็นได้แต่ไกล ตั้งอยู่บนยอดเขาสีเสียดอ้า ซึ่งชาวบ้านแถวนั้นมักเรียกว่า หลวงพ่อขาว หรือ หลวงพ่อใหญ่
 
 
แก่งลำตะคลอง -   เป็นอีกสถานท่องเที่ยวที่น่าสนใจในการล่องแก่งสำหรับนักล่องแก่งมือใหม่ ซึ่งถูกจัดให้ความยาก อยู่ในระดับ 1-2(จาก6 ระดับ)ส่วนช่วงเวลาที่แนะนำสำหรับนักท่องเที่ยวคือ ช่วงเดือนพฤษภาคม ไปจนถึงช่วงเดือนกันยายน ซึ่งเป็นช่วงที่มีระดับน้ำเหมาะสมแก่การล่องแก่งที่จะสร้างความตื่นเต้นให้กับนักท่องเที่ยวได้รับความสนุกในการล่องแก่งได้บ้าง ซึ่งจะใช้เวลาในการล่องแก่งประมาณ 1ชั่วโมง45 นาที ช้าเร็วตามความสามารถส่วนบุคคลไป สำหรับความยากง่ายของการล่องแก่งที่ได้กล่าวถึงข้างต้นก็ขอแทรกเกล็ดเล็ๆน้อยๆ เผื่อใครอยากศึกษาด้านนี้อย่างจริงจัง
 
 
 เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย
ระดับที่1 เป็นระดับสำหรับมือใหม่โดยแท้ เหมาะสำหรับผู้ที่เริ่มล่องแก่งครั้งแรก ซึ่งจะได้สำผัสกับบรรยากาศ รอบๆได้อย่างเต็มที่
ระดับที่2 เป็นระดับที่ยากขึ้นมาอีกหน่อย การไหลของน้ำแรงขึ้น ใช้เทคนิค และทักษะในการล่องแพ เพิ่มขึ้นอีกหน่อย
ระดับที่3 ก้าวขึ้นอีกขั้นมาถึงระดับปานกลาง เริ่มมีลักษณะของแก่งให้นักท่องเที่ยวได้ตื่นเต้น และใช้ทักษะ ทั้งในด้านการพาย และการดูกระแสน้ำเพิ่มเข้ามา
ระดับที่4 เริ่มเข้าสู่ระดับของความยาก ต้องใช้ทักษะที่สูงขึ้น(บวกประสบการณ์ด้วย) และต้องใช้ความระมัดระวัง
ระดับที่5 เรียกได้ว่ายากมาก ต้องใช้ เทคนิค ชั้นเชิง รวมถึงความชำนาญในการล่องแก่ง และต้องใช้ความระมัดระวังเป็นอย่างมากในการล่องแก่ง
ระดับที่6 ระดับสูงสุดที่ถูกจัดไว้ ระดับอันตราย เป็นลักษณะทีไม่เหมาะแก่การล่องแก่ง(แต่บางท่านอาจบอกว่าท้าทาย) มีลักษณะแก่ง และน้ำตก

วันอังคารที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2553

กังหันรักโฮมสเตย์- ปากช่อง


ทริปเล็กๆส่งท้ายปลายปี 2552 2วัน1คืน สำหรับการเดินทางท่องเที่ยวครั้งนี้มีจุดเริ่มต้นที่ ชลบุรี ส่วนจุดหมาย ไม่ใกล้ไม่ไกลครับที่ปากช่อง จ.นครราชสีมา เริ่มออกเดินทางกันตอน 08.00 บนเส้นทาง 331 ตรงไปเขาปักธงชัย เลี้ยวไปทางเขาแผงม้า มุ่งหน้าไปปากช่อง ระยะทาง ประมาณ400 กิโลเมตร นิดๆ ระหว่างทางก็มีแวะจอดถ่ายภาพ จอดพักทานอาหารกันไปเรื่อยๆ กว่าจะถึงที่พักกันจริง ก็ปาเข้าไป 15.00 แล้ว(400 กิโล กับ 7 ชั่วโมง) สำหรับจุดหมายที่พักที่มาครั้งนี้คือ กังหันรัก โฮมสเตย์ เมื่อมาถึงที่พักกับบรรยากาศ สบายๆ พร้อมการต้อนรับที่เป็นกันเองจากเจ้าของสถานที่ สำหรับที่นี่เป็นที่พักขนาดเล็ก บ้านพัก1หลังมี2 ห้องนอน จุได้ประมาณ6-8คน กระโจม 3หลัง จุได้ 2-3 คน/หลัง บ้านกังหันความจุที่3-5 คน Hi-light ของที่นี่ครับ แต่จองไม่ทัน ส่วนนอกเหนือจากที่ว่ามาแล้วก็จะมี พื้นที่สำหรับการกางเตนท์ จะนำมาเอง หรือให้ทางโฮมสเตย์จัดให้ก็ได้ครับ มีลานพื้นที่สำหรับการปิ้งย่างพร้อมอุปกรณ์ ครบครันครับ เพิ่มเติมอีกนิดสำหรับคนรักน้องหมาครับ ที่นี่ให้นำมาด้วยได้นะครับแต่ยังไงลองติดต่อเจ้าของสถานที่ดูอีกที ส่วนบริการเพิ่มเติมอื่นๆ ก็มีในส่วนของบูทที่มีบริการกาแฟ และอาหารเช้าต่างๆบรรยากาศสบายๆกับบ้านกังหันรูปบรรยากาศบริเวณที่พักกับอากาศเย็นสบายของปากช่องบ้านกระโจมทั้ง3 หลัง เย็นสบายจนไม่ต้องเปิดแอร์
ส่วนฝั่งตรงข้ามเป็นเตนท์ครับทางเจ้าของสถานที่เตรียมไว้เรียบร้อย

ค้นหาจากบล็อก